in Diary, Thought

ทรรศนะที่มีต่อการฉีดวัคซีนในช่วงนี้

ช่วงนี้โรคติดเชื้อโควิดระบาดในบ้านเราเป็นระลอกที่ 3 แล้วก็ได้รับผลกระทบถ้วนหน้า สิ่งที่สำคัญต่อการแก้ปัญหาเรื่องโควิดคือวัคซีนที่หลายประเทศได้รับวัคซีนที่แตกต่างกันออกไป แต่ของประเทศไทยในช่วงนี้ก็มีวัคซีน Sinovac ที่มาจากประเทศจีน และวัคซีน Astrazeneca ที่มาจากประเทศอังกฤษ

ปกติแล้วการเข้ารับการฉีดวัคซีน หรือเข้ารับการรักษาอะไรก็ตามที่ทำงานด้านการแพทย์ จะมีหนังสือเล่มเล็ก ๆ (ไม่เล็กอ่ะ) ที่เขียนว่า Informed Consent หรือเรียกอีกอย่างว่าหนังสือยิมยอมการรักษา ที่เวลาจะเซ็นเพื่อรับวัคซีนอะไรก็ตาม พยาบาล หรือแพทย์จะเอาเอกสารนี้ให้เซ็นตลอด แต่จากที่เปิดเจอในข่าว ที่ปรากฏในเว็บไซต์นี้ หรือเว็บไซต์นี้จะมีคนมาบอกว่าได้รับการบังคับให้ฉีด แต่อย่างไรก็ดี เรามาแนะนำหลักทั่ว ๆ ไปตามที่ไปอ่านเจอแล้วมาเขียนตามด้านล่างนี้ครับ

การเปิดเผยข้อมูล (Disclosure) โดยปกติจะเปิดเผยวิธีการรักษา ความเสี่ยง ประโยชน์ที่ได้รับ ทางเลือกอื่น โดยจะมีเนื้อหาหลายแบบ เช่นเนื้อหาที่เหมาะกับบุคลากรทางการแพทย์ เนื้อหาคนทั่วไป และเนื้อหาเฉพาะคน ทั้งหมดจะเปิดเผยเนื้อหาอย่างครบถ้วนเพื่อให้คนเข้าใจเพียงพอ

ความเข้าใจ (Understanding) เพื่อให้คนที่เข้ารับการบริการใช้สิทธิ์ได้อย่างเต็มที่ ก็ควรให้คนที่เข้ารับบริการเข้าใจข้อมูลที่เรามอบให้อย่างครบถ้วนในข้อก่อนหน้าที่เราให้ไปแล้ว ถ้าปิดบังข้อมูล หรือไม่ให้ข้อมูลจะทำให้คนที่เข้ารับบริการไม่เข้าใจ

ความสมัครใจ (Voluntariness) แม้ว่าคนเข้ารับการบริการเข้าใจทั้งหมดแล้ว แต่อย่างไรก็ดีการเลือกเข้ารับการบริการการรักษา หรือในที่นี้ก็เป็นการฉีดวัคซีนหรือไม่ฉีดก็ขึ้นกับตัวเอง และไม่อยู่ภายใต้การการบังคับขู่เข็ญ ที่ทำให้การตัดสินใจไม่เป็นไปตามที่คนต้องการ

การยินยอม (Consent) การสมัครใจเข้ารับการบริการจะมีผลเมื่อมีการแสดงออก ซึ่งทำได้หลายแบบนะ เช่นการพูด การเซ็น เป็นต้น การให้ความยินยอมเป็นส่วนหนึ่งของการทำ Informed Consent แต่ถ้าไม่ให้ข้อมูลการให้บริการ ไม่ทราบข้อมูล บังคับ ก็ทำให้การยินยอมบกพร่องอยู่ดี

จากข้อมูลข้างบนแล้วทำให้คิดว่า เวลาที่จะให้บริการวัคซีนโควิดหรืออะไรประมาณนี้ก็ควรจะมีองค์ประกอบตามด้านบนนี้แหละ แต่อย่างไรก็ดี ถ้าไปบังคับแบบที่เป็นข่าวจริง ก็ขัดกับหลักการของ Informed Consent ทางการแพทย์เลยนะ

ดังนั้นแทนที่จะบังคับ เราควรให้ข้อมูลที่มากพอ ให้คนเข้าใจ และตัดสินใจได้ตามที่คนรับวัคซีนต้องการนั่นเอง ขนาด WHO ก็แนะนำมาตามข่าวนี้ครับ