Continuum for Phones

เมื่อไมโครซอฟท์ไม่ได้เป็นเจ้าแรกที่ทำความสามารถนี้

Continuum for Phones เป็นความสามารถหนึ่งของระบบปฏิบัติการ Windows บนสมาร์ทโฟนที่ทำขึ้นมาโดยบริษัทไมโครซอฟท์ ที่เปิดตัวในงาน BUILD 2015 เมื่อวันก่อน

ความสามารถนี้อนุญาตให้เรานำโทรศัพท์ต่อออกจอคอมพิวเตอร์กับเชื่อมต่อเมาส์กับคีย์บอร์ดผ่านทางบลูทูธแล้วหน้าจอที่ออกมาจะเป็นหน้าจอเดสก์ท็อปที่ดูคล้ายกันกับบน Windows 10 บน Desktop แต่มีความสามารถที่น้อยกว่า กับโปรแกรมที่เปิดบนนั้นจะเป็นโปรแกรมที่มีอยู่ในสโตร์ที่รองรับการทำงานหลายขนาดหน้าจอได้ (universal apps)

อย่างไรก็ดีไมโครซอฟท์ไม่ได้เป็นเจ้าแรกที่ทำความสามารถนี้ออกมา ก่อนหน้านี้มีหลายเจ้าที่ทำออกมาแล้ว แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ หรือไม่ได้ทำต่อนั่นเอง

ตัวอย่างบริษัทที่เคยทำความสามารถแบบนี้ออกมาที่คิดว่าน่าจะรู้จักกันได้แก่บริษัทโมโตโรลาที่ทำโทรศัพท์ Atrix 4G กับ Atrix 2 กับบริษัท Cannonial ที่ทำ Ubuntu for Android

ตัวอย่างแรกที่จะกล่าวถึงคือโทรศัพท์ Atrix 4G กับ Atrix 2 ของโมโตโรลา

บริษัทโมโตโรลาออกโทรศัพท์รุ่น Atrix 4G ที่ใช้ซีพียูชื่อ NVIDIA Tegra 2 ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดอรยด์ 2.2 ตอนนั้นถือว่ามีสเปคที่ทางบริษัทได้กล่าวว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่แรงที่สุดในยุคนั้น

โทรศัพท์เครื่องนี้ออกแบบมาให้เป็นโน้ตบุ๊คหรือเดสก์ท็อปได้โดยการเสียบกับ docking ที่มีหลายประเภท ได้แก่ HD Multimedia Dock ที่มีช่องเสียบ USB 3 ช่องกับ HDMI กับ Laptop Dock ที่มีหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว มี USB 2 ช่อง ทั้งสองแบบที่กล่าวมาทำงานด้วยตัวเองไม่ได้ จำเป็นต้องมีโทรศัพท์มาเสียบ

เมื่อนำโทรศัพท์เครื่องนั้นเสียบเข้ากับ docking จะขึ้นหน้าจอระบบปฏิบัติการที่ทางบริษัทพัฒนาขึ้นมาจาก Ubuntu คือ Webtop ที่มีโปรแกรม Firefox 3.6 กับรองรับการเปิดโปรแกรมของแอนดรอยด์และรองรับมัลติทาสกิง นอกจากนี้ยังรองรับโทรศัพท์ ส่ง SMS ได้ในเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม docking ยังทำงานได้ไม่ดีนัก เนื่องจากประสิทธิภาพยังไม่ดีพอ กับโปรแกรมไม่รองรับการทำงานใน background ตัวอย่างเช่น เมื่อเล่นเพลงแล้วปิดโปรแกรมนั้น เพลงที่เล่นอยู่จะหยุดทันที และมีราคา 300 ดอลล่าร์สหรัฐที่แพงอยู่เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คในราคาพอๆ กัน

และแล้วทางบริษัทได้ออกรุ่นต่อไปเป็น Motorola Atrix 2 ที่รองรับ Webtop เหมือนกันกับรุ่นแรกที่ประสิทธิภาพยังไม่ดีนัก เพียงแต่โปรแกรมได้รับการอัพเตทเป็นรุ่นใหม่มากขึ้น

หลังจากนั้นโทรศัพท์รุ่นนี้ได้รับการอัพเดทเป็นรุ่นใหม่กว่าเดิม โดยอัพเดทเป็นรุ่น Jelly bean ที่รองรับหลายขนาดหน้าจอ ทำให้หน้าจอเมื่อเสียบ dock จากเดิมเป็น Webtop เปลี่ยนมาเป็นหน้าจอแอนดรอยด์ที่ออกแบบมาสำหรับแท็บเล็ตแทน หลังจากนั้นทางบริษัทไม่ได้ออกรุ่นใหม่อีก

ตัวอย่างที่สองคือบริษัท Cannonial ที่ทำ Ubuntu for Android

ตอนนั้นเองทางบริษัท Cannonial ได้ออกพลิตภัณฑ์นี้เพื่อที่จะให้พวกเราที่มีโทรศัพท์ Android อยู่แล้วเสียบเข้ากับหน้าจอคอมพิวเตอร์ผ่านทาง dock แล้วปรากฏหน้าจอ Ubuntu Desktop โดยข้อมูลและการตั้งค่าต่างๆ ที่อยู่ใน Android เรานำมาใช้บน Desktop ได้เลย เรารับสาย รับส่งข้อความ กับค้นหารายชื่อผ่านตัวค้นหา และเปิดโปรแกรม Android บนนั้นได้อีกเช่นกัน

ทางบริษัทได้กล่าวว่าผลิตภัณฑ์นี้จะทำให้โทรศัพท์สเปคสูงกลายมาเป็นเดสก์ท็อปที่ทำงานได้ตามแต่ใจต้องการ อย่างไรก็ตามกลับไม่ได้รับพัฒนาต่อเนื่องจากไม่มีผู้ผลิตโทรศัพท์มาร่วมด้วย ประกอบกับทางบริษัทได้พัฒนา Ubuntu Touch อยู่ซึ่งซ้ำซ้อนกับกับตัวนี้

นอกจากนี้ยังมีคนที่พยายามจะนำโทรศัพท์มาต่อออกหน้าจอให้กลายเป็นเดสก์ท็อปอีกหลายราย แต่กลับไม่ได้รับความนิยมในผู้ใช้ทั่วไป เนื่องจากเมื่อทำมาต่อออกจอแล้วพบว่าทำได้แค่นำหน้าจอในโทรศัพท์ (mirroring) ออกมาหน้าจอซึ่งไม่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับเมาส์กับคีย์บอร์ด กับโปรแกรมไม่ได้รับการออกแบบมาให้ทำงานแบบนั้น ซึ่งส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานที่ไม่ดีนัก

จนกระทั่งการเปิดตัว Continuum for Phones ของไมโครซอฟท์ที่ออกแบบมาให้รองรับการนำโทรศัพท์มาต่อหน้าจอเพื่อทำงานบนเดสก์ท็อปต่อ ในกรณีนี้จะคล้ายกันกับ Ubuntu for Android แต่ต่างกันที่

ความแตกต่างสามข้อที่กล่าวไปข้างบนทำให้เราคิดว่าน่าจะเป็นไปได้สวย อย่างไรก็ตามเราจำเป็นต้องซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่เนื่องจากความสามารถการใช้างนได้หลายหน้าจอจำเป็นต้องใช้ชีพียูรุ่นใหม่กว่าเดิม และถ้าจะใช้ความสามารถนี้ในเต็มนี้จำเป็นต้องมีโปรแกรมให้ใช้มากขึ้น ทีนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะมีผู้ทำโปรแกรมลงระบบปฏิบัติการนี้นอกเหนือจาก Android กับ iOS หรือไม่นั่นเอง

Originally published at www.nickuntitled.com on May 4, 2015.

">

Continuum for Phones

เมื่อไมโครซอฟท์ไม่ได้เป็นเจ้าแรกที่ทำความสามารถนี้

Continuum for Phones เป็นความสามารถหนึ่งของระบบปฏิบัติการ Windows บนสมาร์ทโฟนที่ทำขึ้นมาโดยบริษัทไมโครซอฟท์ ที่เปิดตัวในงาน BUILD 2015 เมื่อวันก่อน

ความสามารถนี้อนุญาตให้เรานำโทรศัพท์ต่อออกจอคอมพิวเตอร์กับเชื่อมต่อเมาส์กับคีย์บอร์ดผ่านทางบลูทูธแล้วหน้าจอที่ออกมาจะเป็นหน้าจอเดสก์ท็อปที่ดูคล้ายกันกับบน Windows 10 บน Desktop แต่มีความสามารถที่น้อยกว่า กับโปรแกรมที่เปิดบนนั้นจะเป็นโปรแกรมที่มีอยู่ในสโตร์ที่รองรับการทำงานหลายขนาดหน้าจอได้ (universal apps)

อย่างไรก็ดีไมโครซอฟท์ไม่ได้เป็นเจ้าแรกที่ทำความสามารถนี้ออกมา ก่อนหน้านี้มีหลายเจ้าที่ทำออกมาแล้ว แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ หรือไม่ได้ทำต่อนั่นเอง

ตัวอย่างบริษัทที่เคยทำความสามารถแบบนี้ออกมาที่คิดว่าน่าจะรู้จักกันได้แก่บริษัทโมโตโรลาที่ทำโทรศัพท์ Atrix 4G กับ Atrix 2 กับบริษัท Cannonial ที่ทำ Ubuntu for Android

ตัวอย่างแรกที่จะกล่าวถึงคือโทรศัพท์ Atrix 4G กับ Atrix 2 ของโมโตโรลา

บริษัทโมโตโรลาออกโทรศัพท์รุ่น Atrix 4G ที่ใช้ซีพียูชื่อ NVIDIA Tegra 2 ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดอรยด์ 2.2 ตอนนั้นถือว่ามีสเปคที่ทางบริษัทได้กล่าวว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่แรงที่สุดในยุคนั้น

โทรศัพท์เครื่องนี้ออกแบบมาให้เป็นโน้ตบุ๊คหรือเดสก์ท็อปได้โดยการเสียบกับ docking ที่มีหลายประเภท ได้แก่ HD Multimedia Dock ที่มีช่องเสียบ USB 3 ช่องกับ HDMI กับ Laptop Dock ที่มีหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว มี USB 2 ช่อง ทั้งสองแบบที่กล่าวมาทำงานด้วยตัวเองไม่ได้ จำเป็นต้องมีโทรศัพท์มาเสียบ

เมื่อนำโทรศัพท์เครื่องนั้นเสียบเข้ากับ docking จะขึ้นหน้าจอระบบปฏิบัติการที่ทางบริษัทพัฒนาขึ้นมาจาก Ubuntu คือ Webtop ที่มีโปรแกรม Firefox 3.6 กับรองรับการเปิดโปรแกรมของแอนดรอยด์และรองรับมัลติทาสกิง นอกจากนี้ยังรองรับโทรศัพท์ ส่ง SMS ได้ในเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม docking ยังทำงานได้ไม่ดีนัก เนื่องจากประสิทธิภาพยังไม่ดีพอ กับโปรแกรมไม่รองรับการทำงานใน background ตัวอย่างเช่น เมื่อเล่นเพลงแล้วปิดโปรแกรมนั้น เพลงที่เล่นอยู่จะหยุดทันที และมีราคา 300 ดอลล่าร์สหรัฐที่แพงอยู่เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คในราคาพอๆ กัน

และแล้วทางบริษัทได้ออกรุ่นต่อไปเป็น Motorola Atrix 2 ที่รองรับ Webtop เหมือนกันกับรุ่นแรกที่ประสิทธิภาพยังไม่ดีนัก เพียงแต่โปรแกรมได้รับการอัพเตทเป็นรุ่นใหม่มากขึ้น

หลังจากนั้นโทรศัพท์รุ่นนี้ได้รับการอัพเดทเป็นรุ่นใหม่กว่าเดิม โดยอัพเดทเป็นรุ่น Jelly bean ที่รองรับหลายขนาดหน้าจอ ทำให้หน้าจอเมื่อเสียบ dock จากเดิมเป็น Webtop เปลี่ยนมาเป็นหน้าจอแอนดรอยด์ที่ออกแบบมาสำหรับแท็บเล็ตแทน หลังจากนั้นทางบริษัทไม่ได้ออกรุ่นใหม่อีก

ตัวอย่างที่สองคือบริษัท Cannonial ที่ทำ Ubuntu for Android

ตอนนั้นเองทางบริษัท Cannonial ได้ออกพลิตภัณฑ์นี้เพื่อที่จะให้พวกเราที่มีโทรศัพท์ Android อยู่แล้วเสียบเข้ากับหน้าจอคอมพิวเตอร์ผ่านทาง dock แล้วปรากฏหน้าจอ Ubuntu Desktop โดยข้อมูลและการตั้งค่าต่างๆ ที่อยู่ใน Android เรานำมาใช้บน Desktop ได้เลย เรารับสาย รับส่งข้อความ กับค้นหารายชื่อผ่านตัวค้นหา และเปิดโปรแกรม Android บนนั้นได้อีกเช่นกัน

ทางบริษัทได้กล่าวว่าผลิตภัณฑ์นี้จะทำให้โทรศัพท์สเปคสูงกลายมาเป็นเดสก์ท็อปที่ทำงานได้ตามแต่ใจต้องการ อย่างไรก็ตามกลับไม่ได้รับพัฒนาต่อเนื่องจากไม่มีผู้ผลิตโทรศัพท์มาร่วมด้วย ประกอบกับทางบริษัทได้พัฒนา Ubuntu Touch อยู่ซึ่งซ้ำซ้อนกับกับตัวนี้

นอกจากนี้ยังมีคนที่พยายามจะนำโทรศัพท์มาต่อออกหน้าจอให้กลายเป็นเดสก์ท็อปอีกหลายราย แต่กลับไม่ได้รับความนิยมในผู้ใช้ทั่วไป เนื่องจากเมื่อทำมาต่อออกจอแล้วพบว่าทำได้แค่นำหน้าจอในโทรศัพท์ (mirroring) ออกมาหน้าจอซึ่งไม่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับเมาส์กับคีย์บอร์ด กับโปรแกรมไม่ได้รับการออกแบบมาให้ทำงานแบบนั้น ซึ่งส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานที่ไม่ดีนัก

จนกระทั่งการเปิดตัว Continuum for Phones ของไมโครซอฟท์ที่ออกแบบมาให้รองรับการนำโทรศัพท์มาต่อหน้าจอเพื่อทำงานบนเดสก์ท็อปต่อ ในกรณีนี้จะคล้ายกันกับ Ubuntu for Android แต่ต่างกันที่

ความแตกต่างสามข้อที่กล่าวไปข้างบนทำให้เราคิดว่าน่าจะเป็นไปได้สวย อย่างไรก็ตามเราจำเป็นต้องซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่เนื่องจากความสามารถการใช้างนได้หลายหน้าจอจำเป็นต้องใช้ชีพียูรุ่นใหม่กว่าเดิม และถ้าจะใช้ความสามารถนี้ในเต็มนี้จำเป็นต้องมีโปรแกรมให้ใช้มากขึ้น ทีนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะมีผู้ทำโปรแกรมลงระบบปฏิบัติการนี้นอกเหนือจาก Android กับ iOS หรือไม่นั่นเอง

Originally published at www.nickuntitled.com on May 4, 2015.

" />

Continuum for Phones

เมื่อไมโครซอฟท์ไม่ได้เป็นเจ้าแรกที่ทำความสามารถนี้

Continuum for Phones เป็นความสามารถหนึ่งของระบบปฏิบัติการ Windows บนสมาร์ทโฟนที่ทำขึ้นมาโดยบริษัทไมโครซอฟท์ ที่เปิดตัวในงาน BUILD 2015 เมื่อวันก่อน

ความสามารถนี้อนุญาตให้เรานำโทรศัพท์ต่อออกจอคอมพิวเตอร์กับเชื่อมต่อเมาส์กับคีย์บอร์ดผ่านทางบลูทูธแล้วหน้าจอที่ออกมาจะเป็นหน้าจอเดสก์ท็อปที่ดูคล้ายกันกับบน Windows 10 บน Desktop แต่มีความสามารถที่น้อยกว่า กับโปรแกรมที่เปิดบนนั้นจะเป็นโปรแกรมที่มีอยู่ในสโตร์ที่รองรับการทำงานหลายขนาดหน้าจอได้ (universal apps)

อย่างไรก็ดีไมโครซอฟท์ไม่ได้เป็นเจ้าแรกที่ทำความสามารถนี้ออกมา ก่อนหน้านี้มีหลายเจ้าที่ทำออกมาแล้ว แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ หรือไม่ได้ทำต่อนั่นเอง

ตัวอย่างบริษัทที่เคยทำความสามารถแบบนี้ออกมาที่คิดว่าน่าจะรู้จักกันได้แก่บริษัทโมโตโรลาที่ทำโทรศัพท์ Atrix 4G กับ Atrix 2 กับบริษัท Cannonial ที่ทำ Ubuntu for Android

ตัวอย่างแรกที่จะกล่าวถึงคือโทรศัพท์ Atrix 4G กับ Atrix 2 ของโมโตโรลา

บริษัทโมโตโรลาออกโทรศัพท์รุ่น Atrix 4G ที่ใช้ซีพียูชื่อ NVIDIA Tegra 2 ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดอรยด์ 2.2 ตอนนั้นถือว่ามีสเปคที่ทางบริษัทได้กล่าวว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่แรงที่สุดในยุคนั้น

โทรศัพท์เครื่องนี้ออกแบบมาให้เป็นโน้ตบุ๊คหรือเดสก์ท็อปได้โดยการเสียบกับ docking ที่มีหลายประเภท ได้แก่ HD Multimedia Dock ที่มีช่องเสียบ USB 3 ช่องกับ HDMI กับ Laptop Dock ที่มีหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว มี USB 2 ช่อง ทั้งสองแบบที่กล่าวมาทำงานด้วยตัวเองไม่ได้ จำเป็นต้องมีโทรศัพท์มาเสียบ

เมื่อนำโทรศัพท์เครื่องนั้นเสียบเข้ากับ docking จะขึ้นหน้าจอระบบปฏิบัติการที่ทางบริษัทพัฒนาขึ้นมาจาก Ubuntu คือ Webtop ที่มีโปรแกรม Firefox 3.6 กับรองรับการเปิดโปรแกรมของแอนดรอยด์และรองรับมัลติทาสกิง นอกจากนี้ยังรองรับโทรศัพท์ ส่ง SMS ได้ในเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม docking ยังทำงานได้ไม่ดีนัก เนื่องจากประสิทธิภาพยังไม่ดีพอ กับโปรแกรมไม่รองรับการทำงานใน background ตัวอย่างเช่น เมื่อเล่นเพลงแล้วปิดโปรแกรมนั้น เพลงที่เล่นอยู่จะหยุดทันที และมีราคา 300 ดอลล่าร์สหรัฐที่แพงอยู่เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คในราคาพอๆ กัน

และแล้วทางบริษัทได้ออกรุ่นต่อไปเป็น Motorola Atrix 2 ที่รองรับ Webtop เหมือนกันกับรุ่นแรกที่ประสิทธิภาพยังไม่ดีนัก เพียงแต่โปรแกรมได้รับการอัพเตทเป็นรุ่นใหม่มากขึ้น

หลังจากนั้นโทรศัพท์รุ่นนี้ได้รับการอัพเดทเป็นรุ่นใหม่กว่าเดิม โดยอัพเดทเป็นรุ่น Jelly bean ที่รองรับหลายขนาดหน้าจอ ทำให้หน้าจอเมื่อเสียบ dock จากเดิมเป็น Webtop เปลี่ยนมาเป็นหน้าจอแอนดรอยด์ที่ออกแบบมาสำหรับแท็บเล็ตแทน หลังจากนั้นทางบริษัทไม่ได้ออกรุ่นใหม่อีก

ตัวอย่างที่สองคือบริษัท Cannonial ที่ทำ Ubuntu for Android

ตอนนั้นเองทางบริษัท Cannonial ได้ออกพลิตภัณฑ์นี้เพื่อที่จะให้พวกเราที่มีโทรศัพท์ Android อยู่แล้วเสียบเข้ากับหน้าจอคอมพิวเตอร์ผ่านทาง dock แล้วปรากฏหน้าจอ Ubuntu Desktop โดยข้อมูลและการตั้งค่าต่างๆ ที่อยู่ใน Android เรานำมาใช้บน Desktop ได้เลย เรารับสาย รับส่งข้อความ กับค้นหารายชื่อผ่านตัวค้นหา และเปิดโปรแกรม Android บนนั้นได้อีกเช่นกัน

ทางบริษัทได้กล่าวว่าผลิตภัณฑ์นี้จะทำให้โทรศัพท์สเปคสูงกลายมาเป็นเดสก์ท็อปที่ทำงานได้ตามแต่ใจต้องการ อย่างไรก็ตามกลับไม่ได้รับพัฒนาต่อเนื่องจากไม่มีผู้ผลิตโทรศัพท์มาร่วมด้วย ประกอบกับทางบริษัทได้พัฒนา Ubuntu Touch อยู่ซึ่งซ้ำซ้อนกับกับตัวนี้

นอกจากนี้ยังมีคนที่พยายามจะนำโทรศัพท์มาต่อออกหน้าจอให้กลายเป็นเดสก์ท็อปอีกหลายราย แต่กลับไม่ได้รับความนิยมในผู้ใช้ทั่วไป เนื่องจากเมื่อทำมาต่อออกจอแล้วพบว่าทำได้แค่นำหน้าจอในโทรศัพท์ (mirroring) ออกมาหน้าจอซึ่งไม่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับเมาส์กับคีย์บอร์ด กับโปรแกรมไม่ได้รับการออกแบบมาให้ทำงานแบบนั้น ซึ่งส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานที่ไม่ดีนัก

จนกระทั่งการเปิดตัว Continuum for Phones ของไมโครซอฟท์ที่ออกแบบมาให้รองรับการนำโทรศัพท์มาต่อหน้าจอเพื่อทำงานบนเดสก์ท็อปต่อ ในกรณีนี้จะคล้ายกันกับ Ubuntu for Android แต่ต่างกันที่

ความแตกต่างสามข้อที่กล่าวไปข้างบนทำให้เราคิดว่าน่าจะเป็นไปได้สวย อย่างไรก็ตามเราจำเป็นต้องซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่เนื่องจากความสามารถการใช้างนได้หลายหน้าจอจำเป็นต้องใช้ชีพียูรุ่นใหม่กว่าเดิม และถ้าจะใช้ความสามารถนี้ในเต็มนี้จำเป็นต้องมีโปรแกรมให้ใช้มากขึ้น ทีนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะมีผู้ทำโปรแกรมลงระบบปฏิบัติการนี้นอกเหนือจาก Android กับ iOS หรือไม่นั่นเอง

Originally published at www.nickuntitled.com on May 4, 2015.

" />

Nick Untitled

Writing as my personal diary

Continuum for Phones

Share: 

Continuum for Phones

เมื่อไมโครซอฟท์ไม่ได้เป็นเจ้าแรกที่ทำความสามารถนี้

Continuum for Phones เป็นความสามารถหนึ่งของระบบปฏิบัติการ Windows บนสมาร์ทโฟนที่ทำขึ้นมาโดยบริษัทไมโครซอฟท์ ที่เปิดตัวในงาน BUILD 2015 เมื่อวันก่อน

ความสามารถนี้อนุญาตให้เรานำโทรศัพท์ต่อออกจอคอมพิวเตอร์กับเชื่อมต่อเมาส์กับคีย์บอร์ดผ่านทางบลูทูธแล้วหน้าจอที่ออกมาจะเป็นหน้าจอเดสก์ท็อปที่ดูคล้ายกันกับบน Windows 10 บน Desktop แต่มีความสามารถที่น้อยกว่า กับโปรแกรมที่เปิดบนนั้นจะเป็นโปรแกรมที่มีอยู่ในสโตร์ที่รองรับการทำงานหลายขนาดหน้าจอได้ (universal apps)

อย่างไรก็ดีไมโครซอฟท์ไม่ได้เป็นเจ้าแรกที่ทำความสามารถนี้ออกมา ก่อนหน้านี้มีหลายเจ้าที่ทำออกมาแล้ว แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ หรือไม่ได้ทำต่อนั่นเอง

ตัวอย่างบริษัทที่เคยทำความสามารถแบบนี้ออกมาที่คิดว่าน่าจะรู้จักกันได้แก่บริษัทโมโตโรลาที่ทำโทรศัพท์ Atrix 4G กับ Atrix 2 กับบริษัท Cannonial ที่ทำ Ubuntu for Android

ตัวอย่างแรกที่จะกล่าวถึงคือโทรศัพท์ Atrix 4G กับ Atrix 2 ของโมโตโรลา

บริษัทโมโตโรลาออกโทรศัพท์รุ่น Atrix 4G ที่ใช้ซีพียูชื่อ NVIDIA Tegra 2 ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดอรยด์ 2.2 ตอนนั้นถือว่ามีสเปคที่ทางบริษัทได้กล่าวว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่แรงที่สุดในยุคนั้น

โทรศัพท์เครื่องนี้ออกแบบมาให้เป็นโน้ตบุ๊คหรือเดสก์ท็อปได้โดยการเสียบกับ docking ที่มีหลายประเภท ได้แก่ HD Multimedia Dock ที่มีช่องเสียบ USB 3 ช่องกับ HDMI กับ Laptop Dock ที่มีหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว มี USB 2 ช่อง ทั้งสองแบบที่กล่าวมาทำงานด้วยตัวเองไม่ได้ จำเป็นต้องมีโทรศัพท์มาเสียบ

เมื่อนำโทรศัพท์เครื่องนั้นเสียบเข้ากับ docking จะขึ้นหน้าจอระบบปฏิบัติการที่ทางบริษัทพัฒนาขึ้นมาจาก Ubuntu คือ Webtop ที่มีโปรแกรม Firefox 3.6 กับรองรับการเปิดโปรแกรมของแอนดรอยด์และรองรับมัลติทาสกิง นอกจากนี้ยังรองรับโทรศัพท์ ส่ง SMS ได้ในเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม docking ยังทำงานได้ไม่ดีนัก เนื่องจากประสิทธิภาพยังไม่ดีพอ กับโปรแกรมไม่รองรับการทำงานใน background ตัวอย่างเช่น เมื่อเล่นเพลงแล้วปิดโปรแกรมนั้น เพลงที่เล่นอยู่จะหยุดทันที และมีราคา 300 ดอลล่าร์สหรัฐที่แพงอยู่เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คในราคาพอๆ กัน

และแล้วทางบริษัทได้ออกรุ่นต่อไปเป็น Motorola Atrix 2 ที่รองรับ Webtop เหมือนกันกับรุ่นแรกที่ประสิทธิภาพยังไม่ดีนัก เพียงแต่โปรแกรมได้รับการอัพเตทเป็นรุ่นใหม่มากขึ้น

หลังจากนั้นโทรศัพท์รุ่นนี้ได้รับการอัพเดทเป็นรุ่นใหม่กว่าเดิม โดยอัพเดทเป็นรุ่น Jelly bean ที่รองรับหลายขนาดหน้าจอ ทำให้หน้าจอเมื่อเสียบ dock จากเดิมเป็น Webtop เปลี่ยนมาเป็นหน้าจอแอนดรอยด์ที่ออกแบบมาสำหรับแท็บเล็ตแทน หลังจากนั้นทางบริษัทไม่ได้ออกรุ่นใหม่อีก

ตัวอย่างที่สองคือบริษัท Cannonial ที่ทำ Ubuntu for Android

ตอนนั้นเองทางบริษัท Cannonial ได้ออกพลิตภัณฑ์นี้เพื่อที่จะให้พวกเราที่มีโทรศัพท์ Android อยู่แล้วเสียบเข้ากับหน้าจอคอมพิวเตอร์ผ่านทาง dock แล้วปรากฏหน้าจอ Ubuntu Desktop โดยข้อมูลและการตั้งค่าต่างๆ ที่อยู่ใน Android เรานำมาใช้บน Desktop ได้เลย เรารับสาย รับส่งข้อความ กับค้นหารายชื่อผ่านตัวค้นหา และเปิดโปรแกรม Android บนนั้นได้อีกเช่นกัน

ทางบริษัทได้กล่าวว่าผลิตภัณฑ์นี้จะทำให้โทรศัพท์สเปคสูงกลายมาเป็นเดสก์ท็อปที่ทำงานได้ตามแต่ใจต้องการ อย่างไรก็ตามกลับไม่ได้รับพัฒนาต่อเนื่องจากไม่มีผู้ผลิตโทรศัพท์มาร่วมด้วย ประกอบกับทางบริษัทได้พัฒนา Ubuntu Touch อยู่ซึ่งซ้ำซ้อนกับกับตัวนี้

นอกจากนี้ยังมีคนที่พยายามจะนำโทรศัพท์มาต่อออกหน้าจอให้กลายเป็นเดสก์ท็อปอีกหลายราย แต่กลับไม่ได้รับความนิยมในผู้ใช้ทั่วไป เนื่องจากเมื่อทำมาต่อออกจอแล้วพบว่าทำได้แค่นำหน้าจอในโทรศัพท์ (mirroring) ออกมาหน้าจอซึ่งไม่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับเมาส์กับคีย์บอร์ด กับโปรแกรมไม่ได้รับการออกแบบมาให้ทำงานแบบนั้น ซึ่งส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานที่ไม่ดีนัก

จนกระทั่งการเปิดตัว Continuum for Phones ของไมโครซอฟท์ที่ออกแบบมาให้รองรับการนำโทรศัพท์มาต่อหน้าจอเพื่อทำงานบนเดสก์ท็อปต่อ ในกรณีนี้จะคล้ายกันกับ Ubuntu for Android แต่ต่างกันที่

ความแตกต่างสามข้อที่กล่าวไปข้างบนทำให้เราคิดว่าน่าจะเป็นไปได้สวย อย่างไรก็ตามเราจำเป็นต้องซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่เนื่องจากความสามารถการใช้างนได้หลายหน้าจอจำเป็นต้องใช้ชีพียูรุ่นใหม่กว่าเดิม และถ้าจะใช้ความสามารถนี้ในเต็มนี้จำเป็นต้องมีโปรแกรมให้ใช้มากขึ้น ทีนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะมีผู้ทำโปรแกรมลงระบบปฏิบัติการนี้นอกเหนือจาก Android กับ iOS หรือไม่นั่นเอง

Originally published at www.nickuntitled.com on May 4, 2015.